อะไรๆ ก็ HAARP?

ในกระแสของข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทในปัจจุบัน การหยิบข้อมูลตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยมาปั่นกระแสหรือสร้างข้อมูลใหม่สามารถทำได้โดยง่าย โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ผู้ที่นำข้อมูลเหล่านั้นมาผสมปนเปกันมักไม่มีพื้นฐานข้อมูลเดิมอยู่เลย เพียงแต่อาศัยคำนำหน้าชื่อหรือเกียรติบัตรที่เคยได้รับมาในแขนงอื่น มาสนับสนุนความน่าเชื่อถือของตนเอง

(ขออภัยที่ไม่ได้ลงที่มาเอกสารอ้างอิงทั้งหมด เพราะเยอะมากๆผมเลยใช้วิธีลิงค์กลับไปที่บทความต้นฉบับซึ่งผู้ที่สนใจสามารถกดตามลิงค์ที่ขีดเส้นใต้สีน้ำเงินไปได้เลยครับ)

วันนี้ขอมาคุยเรื่อง HAARP (High Frequency Active Aurora Research Program) ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากว่าเป็นต้นเหตุของสารพัดภัยพิบัติทางธรรมชาติตั้งแต่ฝนตกหนัก น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด การจลาจล การควบคุมจิตใจมวลชน บลาๆๆๆๆ..

ผมขออนุญาตยกข้อความที่อ้างอิงเกี่ยวกับ HAARP จากเวปในภาษาไทยเวปหนึ่งมานะครับ (http://www.oknation.net/blog/nidnhoi/2011/10/10/entry-5) ซึ่งเวปนี้ได้อ้างข้อมูลของ Jesse Ventura อดีตผู้ว่าการรัฐมินเนสโซตา และอดีตนักมวยปล้ำ http://en.wikipedia.org/wiki/Jesse_Ventura ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านประวัติได้ในลิงค์ wikipedia ซึ่งจากประวัติการศึกษาพบว่าเขาจบม.6 ก่อนที่จะเข้าเป็นนาวิกโยธินในสงครามเวียตนาม และออกมาประกอบอาชีพนักมวยปล้ำ

ขออนุญาตยกตัวอย่างบทความมาบางส่วนนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

Causes of thermohaline collapsed.

สาเหตุที่อาจทำให้กระแสน้ำในมหาสมุทรหยุดการเคลื่อนไหวได้

จาก 2 บล้อคที่ได้พูดมาเมื่อวานนี้ จะเห็นได้ว่า กระแสน้ำในมหาสมุทรดูช่างมีพลังมาก และเชื่อมโยงกันทั่วทั้งโลกจนดูเหมือนยากจะหยุดมัน แต่เหตุการณ์ที่เรากลัวกันอย่างในภาพยนต์ The Day After Tomorrow จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่

จากที่ได้เกริ่นถึงการหยุดไหลเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทรไปแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาบ้าง หลายคนคงสงสัยว่า มันมีโอกาสเกิดขึ้นหรือ แล้วในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มันเคยเกิดขึ้นไหม

คำตอบตรงๆคือ เกิดขึ้นได้ครับ และในประวัติศาสตร์ช่วงรอยต่อของยุคน้ำแข็งเคยเกิดขึ้นจริงๆมาแล้ว

แล้วอะไรหละที่เป็นสาเหตุ

สาเหตุสำคัญที่สุดของการหยุดไหลเวียนของกระแสน้ำก็คือน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือครับ เรามาลองดูภาพนี้กัน (ภาพจากสถาบันวิจัยทางสมุทรศาสตร์วู้ด โฮลล์ http://www.whoi.edu/oceanus/viewImage.do?id=19014&aid=9207 )

ในภาวะปกติ เมื่อมีการสร้างผืนน้ำแข็งใหม่ขึ้นบริเวณขอบของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก กระแสลมบริเวณขั้วโลกจะพัดทำให้ผืนน้ำบริเวณใกล้กับแผ่นน้ำแข็งเกิดการแข็งตัวขึ้นเป็นแผ่นน้ำแข็งใหม่และจะมีการปล่อยเกลือส่วนหนึ่งลงสู่ผืนมหาสมุทรด้านใต้ ทำให้กระแสน้ำที่เข้ามาได้ทั้งความเย็นและความเค็มจึงจมตัวลงในระดับความลึก 50-200 ม. ซึ่งจะเป็นตัวฉนวนกั้นจากน้ำที่อุ่นและเค็มกว่าของมหาสมุทรที่จมตัวลงไปก่อนหน้า เพื่อกันไม่ให้น้ำแข็งด้านบนละลาย

(ภาพจาก http://www.whoi.edu/oceanus/viewImage.do?id=18930&aid=9206 )

จากภาพที่สอง เราจะเห็นกลไกของระบบน้ำบริเวณขั้วโลกเหนือ จากด้านซ้ายมือ น้ำที่มีอุณหภูมิต่ำจากมหาสมุทรแปซิฟิกจะไหลเข้าสู่ขั้วโลกทางช่องแคบแบร์ริ่ง แล้วเข้าสู่กระแสน้ำวน Beaufort ที่ขั้วโลก ก่อนจะไหลออกทางมหาสมุทรแอตแลนติกทางช่องแคบฮัดสัน ช่องแคบเดวิส และช่องแคบเดนมาร์ก รอบๆเกาะกรีนแลนด์ โดยจะไหลผ่านใต้ชั้นน้ำแข็งขั้วโลกเป็นฉนวนกันไม่ให้กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย และทำให้กระแสน้ำอุ่นเกิดการจมตัวลงก่อนที่จะอุณหภูมิลดลงและไหลกลับเป็นกระแสน้ำลึกกว่า 2,000 ม. ของมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งไหลลงทางใต้ต่อไป

จากกลไกข้างต้นจะเห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดของระบบการไหลเวียนของกระแสน้ำคือน้ำแข็งขั้วโลก ตราบใดที่น้ำแข็งขั้วโลกยังคงอยู่ จะทำให้เกิดระบบไหลเวียนนี้ไปตลอด แต่ถ้าน้ำแข็งขั้วโลกหมดไปหละ หรือมีปริมาณลดลง เราพบว่าความร้อนจากดวงอาทิตย์จะถูกดูดซึมเข้าสู่น้ำมากกว่าจะถูกสะท้อนออกไปจากแผ่นน้ำแข็ง จะยิ่งเร่งอุณหภูมิของน้ำและทำให้น้ำแข็งละลายเร็วยิ่งขึ้น

ในฤดูร้อนของปี 2005 เป็นช่วงที่น้ำแข็งขั้วโลกมีการละลายมากที่สุด และมีปริมาณน้ำแข็งต่ำที่สุดตั้งแต่เคยมีการบันทึกมา ซึ่งทำให้กระแสน้ำอุ่นมีการจมตัวลงไม่ถึงระดับ 2,000 ม. จึงเป็นที่กังวลของนักวิทยาศาสตร์ว่าจะเกิดการหยุดไหลของกัลฟ์สตรีม

แต่จากการศึกษาในช่วงปี 2007-2008 ด้วยระบบติดตามของ ARGO ( http://www.argo.ucsd.edu/About_Argo.html ) ซึ่งมีการปล่อยทุ่นสำรวจกว่า 3,000 ทุ่นทัวโลก โดยตัวทุ่นสำรวจจะถูกออกแบบให้วัดพิกัด, อุณหภูมิและความเค็มของน้ำขณะที่จมลงไปที่ระดับ 2,000 ม. และจะค่อยๆลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อส่งสัญญาณให้กับดาวเทียมก่อนจะถูกนำข้อมูลไปรวบรวมต่อไป

ภาพ animation แสดงการทำงานของทุ่น Argo

ทุ่นของ Argo พบว่า กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการจมตัวลงเพียง 1,000 ม. น้อยกว่าระดับปกติในรอบ 8 ปี แต่กระแสน้ำอุ่นที่ระดับนั้นยังสามารถหาทางลงไปเชื่อมกับระบบหลักของ conveyor belt ได้ แต่กระนั้นก็ยังทำให้อุณหภูมิในยุโรปช่วงฤดูหนาวระหว่างปีนั้นลดลงอีก 6 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามเราพบการกลับมาทำงานของระบบกัลฟสตรีมในปีถัดมา ซึ่งอาจจะอธิบายจากปัจจัยของกระแสลมหนาวจากเกาะกรีนแลนด์ (Iceland Tip Jet) ซึ่งมาช่วยลดอุณหภูมิของน้ำและทำให้เกิดการจมตัวของกระแสน้ำอุ่นอีกครั้ง

จากที่กล่าวมายืดยาว จะเห็นว่าสาเหตุหลักที่เรากลัวกันมากที่สุดคือการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ซึ่งอาจทำให้กระแสน้ำอุ่นกัลฟสตรีมหยุดการเคลื่อนไหวและนำไปถึงการชะงักของ Conveyor หลักๆของโลกได้ ผลเป็นอย่างไรได้กล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ตามในปีนี้เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งขั้วโลกอีกหลังจากที่เราพบการลดลงของน้ำแข็งขั้วโลกจนถึงขั้นวิกฤต ปรากฏการณ์นี้คงต้องจับตาดูต่อไปครับ

Effects of Thermohaline collapsed

มีงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับเรื่อง Thermohgaline (THC) Collapsed ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ไหม และเมื่อเกิดแล้วจะเหมือนกับในภาพยนต์ The Day After Tomorrow ไหม โดยเฉพาะในขณะที่นำเสนอบทความนี้ เกิดภาวะหนาวเย็นและพายุหิมะปกคลุมทั่วทั้งทวีปยุโรป และมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะทำความเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นครับ

ขอยกงานวิจัยของกรมอุตุฯของอังกฤษที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2001 มาเป็นหัวเรื่องใหญ่นะครับ และเอกสารอื่นๆมาเสริม

อย่างแรกมาดูก่อนว่า THC collapsed หรือการหยุดการไหลเวียนของกระแสน้ำทั่วโลกจะเกิดผลอะไรบ้าง โดยจากโมเดล HadCM3 ที่ทำการศึกษา โดยตั้งให้ THC กลับมาทำงานเหมือนเดิมหลังจากหยุดไป 100 ปี ควบคุมการเจือของน้ำจากขั้วโลกเหนือที่ 10^6 ลบ.ม.ต่อวินาที เราพบการเปลี่ยนแปลงดังนี้

การตอบสนองของภูมิอากาศทั่วโลก

จากโมเดลที่ทำการศึกษา เราจะเริ่มพบการเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศทั่วโลกภายใน 20-30 ปีหลังจากการหยุดของ THC โดยจะพบการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและรุนแรงในแถบแอตแลนติกเหนือในช่วงแรก

จากภาพจะเห็นบริเวณที่อุณหภูมิลดต่ำลงมากที่สุดคือแถบแอตแลนติกฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือหรือกรีนแลนด์ และอุณหภูมิในแถบแอตแนติกตอนล่างจะขึ้นมาประมาณ 1 -3 องศา ในแถบประเทศไทยอุณหภูมิจะลดต่ำลงประมาณ 1 องศา

ทิศทางของกระแสลม

จากโมเดลที่ทำการศึกษาเราพบการเปลี่ยนแปลงของกระแสลมที่ 1000 HPa ดังนี้

ทิศทางของกระแสลมในช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ.

ทิศทางกระแสลมที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเดือน มิ.ย. – ส.ค.

การเกิดฝนและการระเหยของน้ำ

จากโมเดลที่ทำการศึกษาเราจะพบฝนตกในซีกโลกเหนือลดลงเนื่องจากอากาศที่เย็นลงทำให้การระเหยของน้ำลดลง ซึ่งจะพบปริมาณน้ำฝนลดลง 0-0.2 ม./ปี แต่ในพท.ที่มีระดับสูงจะมีหิมะตกเพิ่มขึ้น 20-30 ซม./ปี และจะมีฤดูหนาวยาวนานขึ้น 1-2 เดือนในช่วง 10 ปีแรกหลัง THC หยุด นอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณน้ำฝนในอเมริกากลางและเวเนซูเอลาลดลง 1-1.5 มม./วัน

แสดงปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลง สีแดง=ลดลง สีน้ำเงิน=เพิ่มขึ้น

แสดงการระเหยของน้ำที่เปลี่ยนแปลง สีน้ำเงิน=ระเหยลดลง สีแดง=ระเหยเพิ่มขึ้น

แสดงความชุ่มชื้นของดินที่เปลี่ยนแปลงไป สีแดง=ความชุ่มชื้นลดลง สีน้ำเงิน=ความชุ่มชื้นมากขึ้น

ผลของการศึกษาโดยโมเดลนี้ เราจะพบการเปลี่ยนแปลงหลักในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งตอนเหนือจะมีปริมาณฝนลดลงและมีอุณหภูมลดลงไปด้วย ในขณะที่บางส่วนของโลกอาจมีฝนหนักขึ้น อย่างไรก็ตามแบบจำลองนี้คงไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนเพราะปัจจัยในการเกิดและสภาพภูมิอากาศของโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงทุกปี แต่อย่างน้อยช่วยให้เรามองภาพรวมของผลกระทบหากระบบ THC หยุดทำงานได้

ลองมาดูแบบจำลองของกรมอุตุฯอังกฤษกัน

แสดงภาพอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงหลัง THC หยุด สีน้ำเงิน=อุณหภูมิลดลง สีแดง=อุณหภูมิเพิ่มขึ้น

สถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไร?

จากข้อมูล http://www.newscientist.com/article/dn8398

Harry Bryden นักวิจัยจากศูนย์สมุทรศาสตร์อังกฤษ (the National Oceanography Centre in Southampton, UK)ได้เปิดเผยพบการเปลี่ยนแปลงของ sinking zone ของ gulf stream ทางฝั่งยุโรป ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของการหยุดของ THC ได้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุณหภูมิในยุโรปตะวันตกลดลง 5-10 องศา และสาเหตุของปรากฏการณ์นี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่นักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นต่างโต้แย้งว่า ผลการศึกษาของ Bryden อาจเป็นการศึกษาเพียงระยะสั้นๆซึ่งไม่สามารถบอกการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้ หากจะทำให้กระแสน้ำอุ่น Gulf Stream หยุดต้องใช้ปริมาณของน้ำเย็นที่มากกว่านี้หลายเท่า และไม่สามารถเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆได้ ( http://www.nature.com/nature/journal/v439/n7074/full/439256a.html )

ติดตามความเคลื่อนไหวของ Gulf Stream

http://rads.tudelft.nl/gulfstream/ เป็นการวัดความเร็วสมบูรณ์ของ Gulf stream โดยดาวเทียม Envisat, Jason-1, Jason-2

http://www.argo.ucsd.edu/index.html เวปไซด์ของ ARGO ติดตามทุ่นที่วัดระดับอุณหภูมิน้ำระดับบนและความเค็มของน้ำทะเล จากทุ่นลอยกว่า 3,000 ทุ่น (ดาวน์โหลดโปรแกรมในเวปไซด์)

http://oceancurrents.rsmas.miami.edu/atlantic/gulf-stream_2.html ติดตามกระแสน้ำอุ่น Gulf Stream จากหลายเครื่องมือ