Collapse of Earth’s upper atmosphere

[ข่าว 15 ก.ค. 2553]
นาซ่าค้นพบการหดตัวของชั้นบรรยากาศโลกชั้นบนมากที่สุดในรอบ 43 ปี


บรรยากาศชั้นบนของโลกหรือที่เรียกว่า Thermosphere เป็นชั้นที่อยู่นอกสุด ทำหน้าที่ป้องกันรังสีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเช่น รังสี X-ray รังสีอัลตร้าไวโอเล็ต เป็นต้น ซึ่งโดยปกติ ชั้น Thermosphere จะอยู่ตั้งแต่ระดับความสูง 100 กม.-600 กม. จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป และยังเป็นด่านหน้าในการรับมืออุกาบาตขนาดเล็กที่หลุดรอดลงมาด้วย ปกติชั้น thermosphere จะมีการพองตัวเมื่อได้รับพลังงานอัลตร้าไวโอเลตระดับสูง (EUV, extreme ultraviolet)เวลาที่ดวงอาทิตย์เกิดปฏิกิริยามาก (Solar maximum) และจะมีการหดลงในช่วงที่เกิด solar minumum หรือดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยาน้อยลง
ช่วงปี 2008-2009 ที่ผ่านมา ดวงอาทิตย์เราเข้าสู่ระยะ solar minimum ที่มีปฏิกิริยาน้อยที่สุดในรอบศตวรรษ นักวิทยาศาสตร์จึงมุ่งมาศึกษาการเปลี่ยนแปลงชั้น thermosphere ว่าเป็นอย่างไรบ้าง


จาก ภาพจะเห็นว่าช่วงปี 2008-2009 ที่ผ่านมา ความหนาแน่นของชั้น thermosphere ลดต่ำลงกว่าที่คาดการณ์ถึง 28% ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่สามารถอธิบายได้จากพลังงานของดวงอาทิตย์ที่ลดลงเพียง อย่างเดียว
มีทฤษฎีหนึ่งที่ถูกเสนอมาเพื่ออธิบายคือปริมาณของกาซ คาร์บอนไดอกไซด์ในชั้นบรรยากาศที่เพิ่มขึ้น ไปทำให้เกิดการเย็นตัวของ thermosphere และทำให้มีการหดตัวลงมากขึ้น แต่เมื่อคำนวณดูจริงๆแล้วก็ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด
ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ระยะ solar maximum ของ solar circle 24 จึงเป็นที่จับตาดูว่าชั้น thermosphere จะกลับมาปกป้องเราได้เหมือนเดิมหรือไม่

ที่มา
http://science.nasa.gov/sciee-news/science-at-nasa/2010/15jul_thermosphere/

Advertisements

แล้วออโรร่าพลังงานสูงมาจากไหน?

บทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลงานวิจัยของ ดร. Peratt เรื่อง ลักษณะรูปร่างของ z-pinch อโรร่าที่ปรากฏในภาพโบราณภาค 2 ทิศทางและที่มาของออโรร่า (Characteristics for the Occurrence of a
High-Current, Z-Pinch Aurora as Recorded in Antiquity Part II: Directionality and Source) โดย Anthony L. Peratt, Fellow, IEEE, John McGovern, Alfred H. Qöyawayma, Life Member, IEEE, Marinus Anthony Van der Sluijs, and Mathias G. Peratt, Member, IEEE

จากที่กล่าวในบทความก่อนหน้านี้ว่า เราได้พบลักษณะของออโรร่าที่มีพลังงานสูงกระจัดกระจายทั่วโลกนับพันๆตัวอย่าง โดยทั้งหมดมีลักษณะใกล้เคียงกัน จึงเป็นคำถามว่าลักษณะที่เราพบนั้น เป็นเพียงการเขียนแบบไม่มีวัตถุประสงค์ หรือมีแบบแผนจำเพาะเจาะจง

ทีมวิจัยของ Los Alamos ได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์และทำพิกัดของจุดที่ค้นพบลงในแผนที่ทั่วโลก

จากการคำนวณของดร. Perattt อ้างอิงจากหนังสือ The Physics of Plasma พบว่าการเกิดออโรร่าที่เส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 5,000 กม.ทั้งขั้วเหนือใต้นั้นต้องมีพลังงานจากดวงอาทิตย์เข้ามาถึง 7MA (Mega Ampere) โดยพลังงานจะมีการวิ่งจากขั้วโลกหนึ่งไปสู่อีกขั้วโลกในรูปของ filament ย่อยๆ 56 filaments

แต่ละ filaments จะมีการนำกระแส 125 kA และวิ่งตลอดแนวทั้งสองขั้วโลก ซึ่งเมื่อเราสังเกตุการณ์จากตำแหน่งต่างๆบนพื้นโลกอาจเห็นในลักษณะนี้

ซึ่งเราจะได้เป็นภาพ รังสีดวงอาทิตย์ที่ปรากฏตามอารยธรรมต่างๆทั่วโลก หรือรูปร่างของกรงนกซึ่งล้วนแล้วมาจากภาพของออโรร่าพลังงานสูงที่วิ่งผ่านโลกเรานั่นเอง

สิ่งที่น่าสนใจคือ โลกเราเผชิญกับปรากฏการณ์ที่มีการไหลของอนุภาคพลังงานสูงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และปรากฏการณ์นี้กินเวลานานแค่ไหน จนคนสมัยก่อนสามารถบันทึกภาพบนผนังถ้ำเพื่อบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้สืบต่อกันมา

จากการศึกษาอายุของภาพผนังถ้ำด้วยวิธี C-14 เราพบว่าระยะเวลาที่มีการประมาณอายุของภาพเขียนบนผนังถ้ำ น่าจะอยู่ในช่วง 7,000-8,000 ปีก่อน หรือในยุค Holocene นี่เอง ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ เมื่อเราคำนวณพบพลังงานขนาดมหาศาลที่เข้ามายังโลกเราแล้วเกิดอะไรขึ้น และพลังงานที่ว่ามาจากดวงอาทิตย์ของเราอย่างเดียวเท่านั้นหรือ

Squatter man หรือมนุษย์กบแดง ความบังเอิญของวัฒนธรรมทั่วโลกหรือ?

Squatter man หรือสัญลักษณ์คล้ายคนนั่งยองๆ เป็นสัญลักษณ์ที่ถูกพบทั่วโลกแม้แต่ในเมืองไทย ในความเห็นของนักโบราณคดีมักลงความเห็นว่าเป็นแค่การวาดท่าทางการเต้นรำของมนุษย์ยุคหิน แต่ในความเป็นจริงแล้วมีอะไรน่าสนใจมากกว่านั้น

เนื่องจากสัญลักษณ์ของคนนั่งยองถูกพบในหลายพื้นที่ทั่วโลก ในลักษณะเดียวกัน รูปแบบคล้ายๆกัน ซึ่งแสดงออกมาทั้งในภาพเขียนฝาผนัง ภาพแกะสลัก หรือตัวอักษร เป็นที่สนใจของดร.Perattt ซึ่งเป็นนักฟิสิกส์แห่ง ลอส อลามอส โดยดร.Peratt ได้ทำการศึกษาแบบจำลองของอนุภาคพลังงานสูงเมื่อผ่านเข้ามาในสนามแม่เหล็กโลกและพบว่ามีรูปร่างที่น่าสนใจดังนี้

This slideshow requires JavaScript.

จะเห็นว่าภาพหน้าตัดของภาพจำลองสามมิติของอนุภาคพลังงานสูงที่ผ่านเข้ามาในพลาสม่าจะมีลักษณะคล้ายกัน

ดร. Perattt ได้ต่อยอดงานวิจัยของท่านโดยเดินทางไปสำรวจตามแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ทั่วโลก และเก็บรวบรวมรูปแบบที่คล้ายคลึงกันของภาพเขียน นำข้อมูลมารวบรวมกันและพบความสัมพันธ์ที่น่าตื่นเต้นว่ารูปแบบของภาพฝาผนังทั่วโลก สามารถเปรียบเทียบด้กับแบบจำลองของอนุภาคพลังงานสูงซึ่งเขาได้สร้างขึ้นมาในห้องทดลอง โดยเปรียบพลาสมาในห้องทดลองเหมือนชั้นบรรยากาศของโลกเมื่อตกกระทบกับชั้นบรรยากาศจะเกิดเป็นออโรร่าที่น่าตื่นตาไปทั่วทั้งโลก (ที่เมืองไทยมีการค้นพบที่ถ้ำนาคา และเกาะใกล้เคียงใน จ.พังงา ) ซึ่งนอกเหนือจากรูปคนนั่งยองแล้ว เราังพบรูปแบบอื่นๆที่คล้ายคลึงกันอีกซึ่งผู้สนใจสามารถติดตามงานของดร. Pera ได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้

http://www.theplasmaverse.com/pdfs/The-Origin-of-Petroglyphs%E2%80%94Recordings-of-a-Catastrophic-Aurora-in-Human-Prehistory-anthony-peratt-don-scott.pdf

http://www.theplasmaverse.com/pdfs/Characteristics-for-the-Occurrence-of-a-HighCurrent-ZPinch-Aurora-as-Recorded-in-Antiquity-squatter-squatting-man-Anthony-Peratt.pdf

http://www.theplasmaverse.com/pdfs/Orientation-of-Intense-Z-Pinch-Instabilities-from-an-Intense-Aurora-as-Recorded-in-Antiquity-Western-USA-anthony-peratt-don-scott.pdf

ตอนต่อไปจะมาเจาะลึกว่า คนยุคนั้นเห็นออโรร่าพร้อมกันทั่วโลกนี่ ออโรร่าจะมาจากแหล่งไหน และมีพลังงานเท่าใดนะครับ