อะไรๆ ก็ HAARP?

ในกระแสของข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทในปัจจุบัน การหยิบข้อมูลตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อยมาปั่นกระแสหรือสร้างข้อมูลใหม่สามารถทำได้โดยง่าย โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ผู้ที่นำข้อมูลเหล่านั้นมาผสมปนเปกันมักไม่มีพื้นฐานข้อมูลเดิมอยู่เลย เพียงแต่อาศัยคำนำหน้าชื่อหรือเกียรติบัตรที่เคยได้รับมาในแขนงอื่น มาสนับสนุนความน่าเชื่อถือของตนเอง

(ขออภัยที่ไม่ได้ลงที่มาเอกสารอ้างอิงทั้งหมด เพราะเยอะมากๆผมเลยใช้วิธีลิงค์กลับไปที่บทความต้นฉบับซึ่งผู้ที่สนใจสามารถกดตามลิงค์ที่ขีดเส้นใต้สีน้ำเงินไปได้เลยครับ)

วันนี้ขอมาคุยเรื่อง HAARP (High Frequency Active Aurora Research Program) ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากว่าเป็นต้นเหตุของสารพัดภัยพิบัติทางธรรมชาติตั้งแต่ฝนตกหนัก น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด การจลาจล การควบคุมจิตใจมวลชน บลาๆๆๆๆ..

ผมขออนุญาตยกข้อความที่อ้างอิงเกี่ยวกับ HAARP จากเวปในภาษาไทยเวปหนึ่งมานะครับ (http://www.oknation.net/blog/nidnhoi/2011/10/10/entry-5) ซึ่งเวปนี้ได้อ้างข้อมูลของ Jesse Ventura อดีตผู้ว่าการรัฐมินเนสโซตา และอดีตนักมวยปล้ำ http://en.wikipedia.org/wiki/Jesse_Ventura ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านประวัติได้ในลิงค์ wikipedia ซึ่งจากประวัติการศึกษาพบว่าเขาจบม.6 ก่อนที่จะเข้าเป็นนาวิกโยธินในสงครามเวียตนาม และออกมาประกอบอาชีพนักมวยปล้ำ

ขออนุญาตยกตัวอย่างบทความมาบางส่วนนะครับ

อ่านเพิ่มเติม

เขื่อนศรีนครินทร์มีโอกาสแตกหรือไม่?

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก wikipedia kapook.com การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมทรัพยากรธรณี

จากกระแสฟอร์เวิร์ดเมลล์ ไปจนถึงปากต่อปากเกี่ยวกับภัยพิบัติปี 2012 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของเขื่อนศรีนครินทร์แตกว่าจะมีผลทำให้เกิดสึนามิบกจนถึงกรุงเทพได้ จนหลายคนต่างก็กลัวจนไม่เป็นทำอะไร ลองมาดูภาพจากฟอร์เวิร์ดเมลล์ดูนะครับ

เราลองมาดูว่าพื้นฐานจริงๆแล้ว จ.กาญจนบุรีมีโอกาสเกิดภัยพิบัติอย่างที่ว่าได้จริงไหม

ก่อนอื่นลองมาดูโอกาสเกิดแผ่นดินไหวในแถบประเทศไทยตะวันตกก่อนนะครับ

เขตกาญจนบุรีบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์จะอยู่ในบริเวณที่เกิดความรุนแรงได้ VII-VIII Mercalli Scale เนื่องจากมีรอยเลื่อนบริเวณนั้นอยู่หลายรอย ซึ่งถ้าเทียบกับริกเตอร์แล้วจะเป็นดังนี้

โดย Mercalli scale จะบอกเป็นระดับการเสียหายณ.พื้นดินมากกว่าริกเตอร์ ซึ่งบางครั้งความรุนแรงสูงแต่เกิดในที่ลึกมากๆก็ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งความเสียหายระดับ VII-VIII จะมีผลทำให้เกิดการพังทลายของอาคารบ้านเรือนที่ไม่ได้สร้างรับแผ่นดินไหวได้ คราวนี้ลองมาดูตำแหน่งของรอยเลื่อนที่กาญจนบุรีกันครับ

จากแผนที่จะเห็นว่า ตำแหน่งของเขื่อนทั้งสองในจ.กาญจนบุรี ล้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว เพราะนอกจากจะตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่มีพลังแล้ว ยังเคยเกิดแผ่นดินไหวบริเวณนี้บ่อยครั้งด้วยโดยเฉพาะใต้เขื่อนวชิราลงกรณ์ จึงจำเป็นที่เราควรมาศึกษาโอกาสที่แผ่นดินไหวจะมีผลต่อเขื่อนหรือไม่

ขอยกผลงานวิจัยของ ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์  ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ คุณวีระชัย ไชยสระแก้ว หัวหน้ากองความปลอดภัยเขื่อน ฝ่ายบำรุงรักษาโยธา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับเขื่อนศรีนครินทร์กับแผ่นดินไหวและมีงานวิจัยชิ้นนี้ออกมาครับ

โดยผมขอสรุปย่อๆแล้วกันครับ เพราะรายงานฉบับนี้จะอธิบายละเอียดมากถึงวิธีการศึกษาแกน

เขื่อน การเปรียบเทียบโมเดลแผ่นดินไหวหลายๆแห่งทั่วโลก ใครจบด้านวิศวะคลิ้กเข้าไปดาวน์โหลดเลยครับ ใครไม่จบด้านนี้แบบผม สรุปให้ฟังง่ายๆว่า เขื่อนสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ 7.5 ริกเตอร์ในรัศมี 7 กม. จากสันเขื่อน ซึ่งอาจเกิดการทรุดของสันเขื่อน 3.4 ม. แต่ก็ยังพ้นระยะปลอดภัยของเขื่อนที่เผื่อไว้ 5 ม.เหนือระดับน้ำสูงสุด

ขอปิดท้ายเรื่องนี้ด้วยประโยคจากงานวิจัยข้างบนว่า

จากผลการวิเคราะห์สามารถสรุปว่าเขื่อนศรีนครินทร์ มีความมั่นคงและ
ปลอดภัยและจะไม่พิบัติทันทีทันใด เมื่อถูกแรงกระทำแผ่นดินไหวโดยพิสูจน์จาก
แรงกระทำแผ่นดินไหวที่รุนแรง 35 เหตุการณ์ ใน 14 ประเทศที่เคยเกิดขึ้นในโลก
อย่างไรก็ตามเขื่อนอาจเกิดความเสียหายจากการสั่นสะเทือนบริเวณสันเขื่อน โดย
หากมีแผ่นดินไหวรุนแรงมากดังข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์สันเขื่อนจะมีการทรุดตัว
ประมาณ 3.4 เมตร ซึ่งยังน้อยกว่าระยะเพื่อล้น (Free Board) ของเขื่อน (5 เมตร)
โดยความเสียหายดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับขนาดและระยะทางจากตัวเขื่อนของจุด
กำเนิดแผ่นดินไหวหรืออีกนัยหนึ่งคือขึ้นอยู่กับค่าความเร่งสูงสุดของพื้นดินที่กระทำ
ใต้ฐานเขื่อน (Peak Ground Acceleration, PGA) รวมถึงลักษณะความถี่
และระยะเวลาของคลื่นแผ่นดินไหวที่กระทำ

ตอนต่อไปน่าสนใจกว่าตรงที่เราลองมาดูว่า เขื่อนสามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้หรือไม่ครับ

วิเคราะห์แผ่นดินไหว จ.ตรัง

ออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เป็นนักธรณีวิทยาแต่สนใจด้านนี้มาตลอดประกอบกับเกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดตรังและได้มีโอกาสปรึกษากับดร.สราวุธ จันทร์ประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งท่านได้ให้ข้อชี้แนะที่เป็นประโยชน์เลยขอนำมาเผยแพร่กันครับ

ปกติจ.ตรังไม่ได้ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนใหญ่ของภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ทราบว่ามีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่สองรอยคือ รอยเลื่อนระนองและรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยดังภาพ

ในขณะที่รอยเลื่อนที่ผ่านจ.ตรังนั้นมีหลักๆอยู่ 3 รอยคือ

  1. รอยเลื่อนทุ่งสง พาดผ่านอำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 21 กิโลเมตร
  2. รอยเลื่อนห้วยยอด พาดผ่านอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร
  3. รอยเลื่อนทุ่งหว้า พาดผ่านอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง และอำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 24 กิโลเมตร

ซึ่งทั้งสามรอยเป็นรอยเลื่อนที่ไม่มีพลังหรือเป็นรอยเลื่อนเก่าที่เกิดมานานแล้วและในชั่วชีวิตคนปัจจุบันแทบจะไม่เคยแสดงอาการขึ้นมาจนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2554 ที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งขนาด 3-3.5 ริกเตอร์ที่อ.หาดสำราญและอ.กันตังดังภาพ

(ภาพตำแหน่งและรอยเลื่อนคร่าวๆโดยดร.สราวุธ จันทร์ประเสริฐ)

สิ่งที่น่าสนใจคือถึงแม้ว่าระดับแผ่นดินไหวจะไม่รุนแรงมากนัก แต่ตำแหน่งที่เกิดอยู่นอกจากรอยเลื่อนเดิมซึ่งอยู่ในกลุ่มรอยเลื่อนที่ไม่มีพลังแล้ว ทางดร.สราวุธได้ให้ความเห็นว่า ตำแหน่งที่เกิดอาจเกิดจากรอยเลื่อนใหม่ หรือรอยเลื่อนเดิมที่มีอยู่แล้วแต่โดนแนวตะกอนแม่น้ำทับถมอยู่ ทำให้ไม่เป็นที่สังเกต โดยจากภาพจะเห็นแนวเส้นสีขาวคือรอยเลื่อนห้วยยอด ส่วนเส้นสีฟ้าทางด้านขวาจะเป็นรอยเลื่อนทุ่งหว้า ส่วนเส้นสีเหลืองและสีแดงอาจจะเป็นรอยเลื่อนที่เกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ในขณะนี้ยังคงต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติม หากมีการเปลี่ยนแปลงบริเวณนี้อีก

ไหนๆก็พูดถึงจังหวัดตัวเองแล้วก็ขอนำข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีมาลงไว้ด้วยเลยดีกว่าครับ เพราะนอกจากแผ่นดินไหวแล้วสิ่งที่เราเจอบ่อยกว่าก็คือพายุฝนซึ่งมีพลต่อการเกิดดินถล่มและหลุมยุบได้ในกรณีที่เกิดการไหลหรือการเคลื่อนของน้ำใต้ดิน จะขอเอาแผนที่พื้นที่เสี่ยต่อการเกิดหลุมยุบของจังหวัดมาลงไว้ด้วยเลย

จากภาพจะเห็นว่านอกจากเรื่องแผ่นดินไหวแล้ว จังหวัดตรังยังเสี่ยงต่อการเกิดหลุมยุบสูงโดยเฉพาะด้านตะวันตกที่ติดแม่น้ำของอำเภอเมือง ต่อเนื่องไปทางด้านใต้ซึ่งเป็นแนว floodway เก่า

และขอต่อด้วยแผนที่สุดท้ายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มครับ

ซึ่งจากแผนากแผนที่ข้างต้นจะเห็นได้ว่า พื้นที่ติดกับแนวภูเขาทางทิศตะวันออกและทิศใต้ล้วนเสี่ยงต่อแนวที่อาจเกิดดินถล่มได้ทั้งสิ้น จะขอปิดท้ายด้วยหมู่บ้านที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มนะครับ เพื่อเวลาเกิดฝนตกหนักจะได้มีการรับมือไว้