#echoFX ปรากฏการณ์ของคลื่นที่น่าสนใจบน twitter

โดย Vuthipong Chowchuvech ณ วันที่ 1 มีนาคม 2011 เวลา 18:51 น.

นิยามศัพท์

RT = Retweet การ copy ข้อความที่เราชอบ หรือการบอกต่อในกรณีขอความช่วยเหลือเป็นทอดๆไป

celebs = ผู้เล่น twitter ที่มียอด followers ตั้งแต่ 5,000 คนขึ้นไป (ในประเทศไทย ณ. 1 มี.ค. 2554)

celebs jr. = ผู้เล่น twitter ที่มียอด followers ตั้งแต่ 2,000 – 9,999 คน (ในประเทศไทย ณ. 1 มี.ค. 2554)

SN = social network

Echoing effects เป็นอีกปรากฏการณ์หน่ึงบนทวิตเตอร์ เม่ือเกิดการพอใจกับประโยคท่ีโดนแล้วเกิดการ RT ใน SN ไปเร่ือยๆซึ่งมีลักษณะเหมือนเมื่อมีก้อนหินตกลงน้ำแล้วเกิดการกระจายของ คลื่นออกไป หากคลื่นนี้เดินทางไปกระทบวัตถุใดๆก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทอศทางของคลื่น หรือเกิดแนวคลื่นใหม่ๆขึ้นมาได้

ก่อนที่เราจะเข้าใจ ปรากฏการณ์ RT ใน Twitter เราควรมาเข้าใจคุณลักษณะของคลื่นก่อน คลื่นที่พูดถึงผมขอเปรียบเทียบกับคลื่นน้ำจะเข้าใจง่ายที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่เราพบเห็นกันทุกวัน ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวเกิดมีคนเข้าใจว่าเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแล้วงัดกลศาสตร์ควอนตัมมาอธิบายด้วย ผมไม่มีปัญญาจะคุยด้านนี้ครับ ^ ^

คลื่นประกอบด้วยส่วนหลักๆคือ Amplitude หรือความสูงของคลื่น, Waveform หรือรูปร่างของคลื่น, และ Velocity หรือความเร็วของคลื่น

ความสูงของคลื่น

หรือ ความรุนแรงของกการกระจาย RT จะพบว่าสัมพันธ์กับหลายๆปัจจัย แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือจำนวน followers ของผู้ที่ generate RT คนแรก และความเป็น influencer ซึ่งเราสามารถคำนวณได้จากจำนวน followers รวมที่ไม่ซ้ำกัน หากเรามองดูตามกฏของ celebs เมืองไทยบนทวิตเตอร์แล้ว การมียอด followers รวมที่ไม่ซ้ำกันตั้งแต่ 1 หมื่นรายขึ้นไป มีผลอย่างมากต่อการกระจายข่าวใดข่าวหนึ่ง ดังนั้นการสร้างกระแสหรือ trend บน twitter ผ่านทาง RT นั้น เราไม่จำเป็นต้องมี celebs เป็นคนช่วย RT ขอเพียงแค่มีทีมที่แข็งพอ มีจำนวน followers รวมที่มากพอ เราก็สามารถบรรลุภาระกิจนั้นได้

นอกจากนี้ ความแรงของการ RT ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่ผู้คนสนใจในขณะนั้น เช่นกรณีที่ทั้งไทม์ไลน์กำลังติดตามผลฟุตบอลสักคู่หนึ่งแล้วเกิดมีใครทวิตอะ ไรที่เป็นข้อมูลน่าสนใจ หรือการเหน็บแนมทีมที่แพ้แบบขำๆก็อาจเกิดการกระจายได้อย่างรุนแรงเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามระยะเวลาของการกระจาย RT ไม่ได้ขึ้นกับ Amplitude ของการ RT แต่อย่างใด เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่การ RT อย่างเมามันสิ้นสุดลงในเวลาแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น

รูปร่างของคลื่น

รูปร่างของการ RT เป็นพฤติกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งจะขอกล่าวใน 2 ลักษณะโดยอิงจาก sawtooth waveform คือ ramp up (positive ramp)

และ ramp down (negative ramp)

ลักษณะ wave แบบที่นักการตลาดต้องการคือแบบ ramp up คือมีการ RT ที่เข้มข้น และหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆจนเหมือนคลื่นสึนามิที่พัดเข้าสู่ชายฝั่งของผู้ บริโภค ซึ่งบางรายเลี่ยงไปโดยการใช้ hashtag แทนเพื่อลดความน่ารำคาญของการ RT แต่ก็นับได้ว่าเป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วในทวิตเตอร์เราจะพบว่า รูปแบบการกระจายข้อมูลมักเป็นแบบ ramp down มากกว่า เนื่องจากทวิตเตอร์เป็นรูปแบบที่ real-time ทันต่อเหตุการณ์ และผู้ที่เข้ามาเสพมักจะสนใจเรื่องที่เป็นปัจจุบันมากกว่า และไม่นิยม RT ข้อความซ้ำๆกัน โจทย์จึงตกเป็นของนักการตลาดที่จะทำอย่างไรให้ ramp dpwn ที่เกิดขึ้นนั้นลงช้าที่สุด

ความเร็วคลื่น

ความเร็ว ของการกระจายข่าว ที่น่าสนใจคือการ RT นั้นมีรูปแบบชัดเจนที่มีการกระจายอย่างรวดเร็วตามช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับ พฤติกรรมของ follower ส่วนใหญ่ ซึ่งจะพบว่าช่วงเวลาที่มีการ RT ข้อความจะเป็นช่วง 8.00-9.00 น.ซึ่งเป็นช่วงเช้าที่เพิ่งถึงที่ทำงานกัน และยังไม่อยากจะเริ่มจับงานอะไร จะอ่านหนังสือพิมพ์ก็กลัวไม่ทันข่าว ดังนั้นทวิตเตอร์จึงเป็นสื่อที่รวดเร็ว และทันใจคนรุ่นใหม่อย่างยิ่ง นอกจากนี้ช่วงเวลาก่อนเลิกงาน 15.00-16.00 น.เป็นช่วงที่มีอัตราการ RT สูงเช่นกันแต่น้อยกว่าช่วงอื่นๆ และช่วงที่มีการ RT สูงสุดคือช่วง 20.00-22.00 น. เพราะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่กลับถึงบ้านแล้ว ต้องการพักผ่อนในรูปแบบต่างๆ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อาจทิ้งสังคม SN ได้ จึงมีการ RT ข้อความที่น่าสนใจกันมากในช่วงนั้นๆ

พฤติกรรมอีกอย่างที่ น่าสนใจคือ media ของผู้ที่เล่นทวิตเตอร์ เป็นที่ทราบอยู่แล้วว่า ผู้ที่เล่นทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ มักเลือก smartphone เป็นอุปกรณ์หลัก เนื่องจากสามารถเคลื่อนที่ตามตัวเราได้ตลอด มีกล้องที่ถ่ายภาพประกอบได้ หรือเชื่อมโยงกับระบบ internet ไร้สายได้ในหลายๆรูปแบบ ดังนั้นในระหว่างช่วงการเดินทางทั้งเช้าและเย็นก็เป็นช่วงที่มีการ RT พอประมาณแต่มักไม่มีความเห็นที่แสดงออกมาเนื่องจากไม่สะดวกหรือมีเวลาจำกัด ในการพิมพ์

เมื่อเราเข้าใจรูปแบบของคลื่นแล้ว เราควรเข้าใจปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการ RT ด้วยเช่นกัน ดังนี้

การรบกวนกันของคลื่นจากสองที่

ธรรมชาติ ของคลื่นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะเราสามารถมาวิเคราะห์การแพร่กระจายของข้อมูลบนทวิตเตอร์ได้อย่างดี เช่นเมื่อมีแหล่งกำเนิดคลื่น 2 แหล่งที่มีระดับและขนาดไม่เท่ากัน คลื่นที่ใหญ่กว่ามีโอกาสกลืนคลื่นที่มีขนาดเล็กกว่าได้ เช่นเมื่อเรากำลังส่งข้อความที่น่าสนใจออกไปแล้วเริ่มมีการ RT ในกลุ่มของเรา แล้วบังเอิญเกิดข่าวสำคัญหรือข่าวใหญ่เข้ามาปุ๊บ ผู้คนจะหยุด RT ข้อความของเรา และไปให้ความสนใจกับข่าวนั้นๆแทน

การสะท้อนของคลื่น

เป็น อีกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจของคลื่น คือการสะท้อนกลับ เมื่อเกิดการ RT เรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมา และทำให้เกิดการวิพากษ์และสะท้อนในมุมมองของตนเองกลับมาซึ่งอาจจะมีทั้งการ สะท้อนในแง่บวกและลบ โดยทั่วไปการสะท้อนในแง่ลบจะเกิดผลทางด้านการวิพากษ์มากกว่า ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนเราเมื่อเกิดความรู้สึกที่ขัดแย้งจะมีแนวโน้มที่จะ โต้ตอบมากกว่าเมื่อเกิดความรู้สึกที่พึงพอใจ

การดูดกลืนคลื่น

หรือ การสิ้นสุดของการ RT เกิดขึ้นเมื่อการ RT ไปถึงจุดที่ไม่มีใครสนใจแล้วก็จะเงียบไป หรือเกิดผลในทางปฏิบัติแล้ว เช่นกรณีขอความช่วยเหลือเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วได้รับความช่วยเหลือแล้ว ในกรณีแรกเป็นเรื่องที่นักการตลาดจะให้ความสำคัญที่สุดเพราะการสิ้นสุดการ RT แต่ละครั้งจะทำให้ข่าวสารที่คุณต้องการถ่ายทอดไปนั้นถูกจำกัดขนาดไปด้วย เราจึงควรมาดูกันว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

การกระจายตัวของคลื่น

หรือ การกระจายตัวของคลื่น หรือการแตกตัวของคลื่น เมื่อข่าวสารที่เรา RT มาถึงจุดๆหนึ่งแล้ว หรือเกิดมีความเห็นที่ต่อยอด บางครั้งข่าวสารนั้นจะถูกดัดแปลง แก้ไข หรือมีการแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยๆหลายๆหน่วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ สื่อสารมากขึ้น เช่นเดียวกันกับคลื่นต่างๆ การเกิด dispersion สามารถทำได้ตั้งแต่แหล่งที่เป็นต้นกำเนิดข่าวสาร หรือคนกลางที่รับข่าวสารนั้นแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือย่อยข่าวสารนั้นเป็นหน่วยเล็กๆต่อไป

การบิดเบือนของคลื่น

การ เบี่ยงเบนประเด็น ในการ RT บางครั้งเรามักจะพบข่าวสารที่ซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งเมื่อเกิดการ RT กันสักพักหนึ่งจะเริ่มสังเกตุว่ามีคนจับประเด็นนั้นได้ และบางครั้งอาจมีการตีแผ่ข่าวนั้นออกมาทำให้เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ เช่นการทวิตแแสดงความลำบากในการทำอะไรสักอย่างเพื่อหวังให้คนที่อ่านสารเกิด ความเห็นอกเห็นใจและยื่นมือมาช่วยเหลือเพิ่มขึ้นเป็นต้น ซึ่งอาจจะมีทั้งผลเสียหรือผลดีต่อแหล่งกำเนิดข่าวก็ได้

ใน หลายๆครั้ง แม้ไม่มีคนมา RT ข้อความที่เราสื่อสารออกไป ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งเสียใจหรือหมดกำลังใจครับ เพราะเหตุผลอย่างที่กล่าวมาแล้ว อย่างน้อยท่ีเราพิมพ์อะไรดีๆลงไป คนท่ีได้รับสารก็เกิดมุมมองท่ีดีขึ้นแล้ว และมีแนวโน้มจะส่งต่อง่ายขึ้น และผลที่เราสังเกตุเสมอคือจะมีจำนวน follower เพิ่มขึ้นตามมาด้วย ซึ่งจะเป็นแรงส่งในการ RT ครั้งต่อๆไป

ข้อพึงระวังในกฏของ #echoFX

1.หลาย ข้อความ อาจเป็นตัวทำลายตัวเองทันทีเช่นในกรณีของ hard sale หรือมีการ RT แบบใช้ account จัดตั้งที่ไม่ใช่เป็นคนจริงๆ หรือมีการเชียร์กันจนออกนอกหน้า

2.ช่วงเวลาที่คนสนใจเรื่องใดเรื่อง หนึ่งเป็นพิเศษ เช่นช่วงหวยออก ไม่ควรส่งข้อความที่เป็นข้อคิดลงไป แต่ในช่วงเทศกาลบางเทศกาล เราอาจแทรกข้อคิดดีๆลงไปได้ ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยพร้อมที่จะส่งต่อในสิ่งดีๆร่วมกัน

3.การ RT นั้นเราสามารถเป็น leader ของ wave ได้โดยการเสริมความเห็นในเชิงพูดคุยกับทุกคนที่ช่วย RT โดยการ RT ความเห็นนั้นๆแล้วชวนคุยต่อเพื่อยืด wave ที่เป็น ramp down ให้ช้าลง หรืออย่างน้อยการกล่าวขอบคุณก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ

4.ทวิตเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ให้ได้ทั้งคุณและโทษ และมีกฏหมายควบคุม การ RT ข้อความที่ไม่สมควรหรือหมิ่นประมาท อาจมีผลทางกฏหมายได้

คิดก่อนทวิต และใช้ #echoFX ให้เป็นกันนะครับ

@DrJoop

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s